by Jasmine Lala

 

ผมเห็นพวกหล่อนบ่อยขึ้นกว่าแต่ก่อน ในมุมมืดของซอยเปลี่ยว ในกระจกเงาเหนืออ่างล้างหน้าทุกเช้า บนเบาะหลังของรถ ใต้โต๊ะทำงานของผมเอง

 

หญิงสาวในชุดดำ...

 
 

                “ตอนนี้ให้คุณหลับตาลง นึกถึงภาพที่ทำให้ผ่อนคลายนะคะ

                                หายใจเข้าช้าๆ ผ่อนคลายนะคะ

                                                หายใจออก

                                หายใจเข้า

                                                หายใจออก...ช้าๆนะคะ

                                หายใจเข้า

                                                หายใจออก...

หมอจะนับนึ่งถึงสิบนะคะ หลังจากนี้คุณจะตกอยู่ในภวังค์ หลังจากตกอยู่ในภวังค์ หมอจะให้สัญญาณที่ไหล่เพื่อให้คุณตื่นจากภวังค์”

                เสียงเย็นใสของนักบำบัดเหมือนกับมีเวทมนต์ ผมตกลงไปในหลุมสีดำที่เงียบสงบ มีเพียงเสียงของหล่อนก้องอยู่ในหัว เป็นเสียงๆเดียวเท่านั้น

“ผ่อนคลายนะคะ พยายามนึกถึงภาพที่คุณต้องการนึกถึง”

“ผมเห็นโพรงในต้นไม้”

“ข้างในโพรงมีอะไรคะ”

“กระดาษหนังสือพิมพ์อุดอยู่ ผมเอามันออกมา เป็นหนังสือพิมพ์ฉบับวันที่ยี่สิบหา กันยาฯ...หลังหนังสือพิมพ์นั่น เป็นช่องเล็กๆเหมือนทางที่จะเข้าไปได้”

 

“ลองเข้าไปดูสิคะ”

 

“มันเป็นห้องว่างๆ...ไม่ใช่ เป็นห้องสำหรับทำงานศิลปะ มีผ้าใบบนขาตั้งที่มุมห้องกับหน้าต่างสามบาน ข้างนอกนั่น...”

“คุณเห็นอะไรคะ”

“ในหน้าต่างบานแรก ผมเห็น...ผู้หญิง ในชุดดำ...กระโปรงยาวสีดำ”

“ดีค่ะ เธอกำลังทำอะไรอยู่”

“เธอพูด...อะไรบางอย่าง”

                “เธอพูดอะไรคะ”

“ผม...ไม่ได้ยิน”

นักบำบัดแตะผมที่ไหล่ ภาพของคลีนิคค่อยๆปรากฏกลับมา ใบหน้าจิ้มลิ้มพร้อมป้ายชื่อที่หน้าอก “จิระพร พุ่มกวี” ดวงตาดำขลับมองมาทางผม จิระพรยิ้ม

“ดีมากสำหรับการเริ่มต้น พบกันคราวหน้าวันที่สิบเจ็ดนะคะ”

 

ผมขับรถกลับจากคลินิกนักบำบัดด้วยการสะกดจิต ไม่คิดว่าคุ้มเงินที่เสียไปเลยแม้แต่น้อย ไม่คิดด้วยซ้ำว่าการสะกดจิตตะช่วยให้นึกอะไรในอดีตออก แต่ผมก็จ่ายไปแล้ว ต้องไปให้มันเสร็จๆไป

อาม่านั่งถักนิตติ้งในห้องนั่งเล่น เครื่องดีวีดีเปิดแผ่นหนังงิ้วเสียงดังโช้งเช้ง

 

“ลื่อไปไหนมา ทำไมกลับซะเย็น”

“ไปหาหมอมาครับอาม่า” ผมตอบเรียบๆไปตามจริง

“หมออะไรเหรออาโซ้ยตี้”

“จิตแพทย์ครับ”

ไร้ซึ่งเสียงต่อว่าอันซ้ำซากมีเพียงเสียงกรีดแหลมของนางเอกงิ้วที่ทำลายความสงบในจิตใจของผม และสายตาที่จ้องเขม็งมา ผมทำเป็นไม่สนใจแล้วเดินไปยังห้องนอนของตน ใช้เวลาที่เหลืออยู่นอนหลับในความมืด

 

 

“ความทรงจำของคุณที่หายไปประมาณสามเดือนในช่วงเรียนมหาวิทยาลัยมีความเป็นไปได้ว่าจะกลับมานะคะ แต่หมอคิดว่าสิ่งที่สำคัญกว่าคือคุณจะทำใจรับมันได้รึเปล่า”

“ผมทนทรมานกับมันมาถึงสิบห้าปีแล้วครับ คงไม่มีอะไรแย่ไปกว่านี้หรอกครับ”

“แล้วญาติพี่น้องของคุณไม่มีใครยอมช่วยเหลือในเรื่องนี้เลยหรือคะ”

“ไม่ครับ คุณพ่อกับคุณแม่ทำเหมือนว่าจะปกป้องผมจากความทรงจำตอนนั้น แต่ความจริงแล้วมันทำให้ผมรู้สึกอึดอัดมากขึ้นไปอีก”

“แล้วคุณพ่อกับคุณแม่ของคุณทราบเรื่องที่คุณมาพบแพทย์ไหมคะ”

“ท่านทั้งสองเสียแล้วครับ”

“หมอเสียใจด้วยนะคะ” หญิงสาวเม้มปากแน่น

“เริ่มเลยเถอะครับ เผอิญว่าผมมีนัดผ่าตัดตอนสองทุ่ม”

 

ขั้นตอนเริ่มแบบเดิม ผมอยู่ในห้องเรียนศิลปะ ผมมองออกไปนอกหน้าต่างบานกลาง คราวนี้แทนที่จะเห็นผู้หญิงชุดดำ ผมกลับเห็นการ์ดใบหนึ่งตกอยู่

 “มันเป็นการ์ดวันวาเลนไทน์ครับ มีรูปหัวใจสีชมพูกับตุ๊กตาหมี” ผมบอกหมอหลังจากที่ปีนหน้าต่างออกไปหยิบมันขึ้นมา

“มันจ่าหน้าถึงใครหรือคะ”

“ยุวดีครับ”

                “คุ้นบ้างไหมคะ”

                “ไม่เลย”

                “สถานที่เปลี่ยนไปครับ”

“ที่ไหนหรือคะ”

“ผมกลับมาที่ห้องเรียนศิลปะ”

                “งั้นลองดูที่หน้าต่างบานที่สามซิคะ”

                “มันถูกปิดตายครับ”

                “ลองเปิดดูนะคะ” 

                ผมลองเอามือแตะที่บานไม้ฝุ่นเกรอะ แต่ความเจ็บปวดก็แล่นเข้ามาที่ขมับของผม จนต้องร้องดังลั่น ผมรู้สึกได้ถึงแรงบีบที่หัวไหล่ ใบหน้าตื่นตระหนกของจิตแพทย์สาวค่อยๆปรากฏขึ้น

                “เป็นอะไรรึเปล่าคะ”

                ผมยันกายขึ้นจากเก้าอี้ยาว มือเย็นเฉียบ เมื่อลองเอามือปาดที่หน้าผากดูก็พบว่าเหงื่อไหลออกมามากทีเดียว

                “ผมไม่เป็นไร...เมื่อครู่เกิดอะไรขึ้นครับ” ผมถามปากคอสั่น หมอวางมือที่ไหล่และมือของผมเป็นเชิงปลอบประโลม

                “คุณเข้าไปใกล้ความทรงจำส่วนที่หายไปมากเกินไปค่ะ...หมอแนะนำให้คุณหยุดการรักษาเพียงเท่านี้นะคะ”

                “ไม่ครับ อาทิตย์หน้าผมจะมาอีก และคุณต้องรักษาผมให้หาย” ผมตอบเสียงกร้าวก่อนจะผุนผลันออกจากคลินิกไป

  

                ตอนสองทุ่มครึ่ง ผมผ่าตัดเสริมจมูกให้เศรษฐีนีวัยหกสิบด้วยอาการเกือบจะเหม่อลอย เมื่อกลับถึงบ้าน ผมก็ไม่รีรอที่จะรื้อกล่องใส่ของเก่าๆออกมาดู

                มันซ่อนอยู่ลึกที่สุดในห้องเก็บของ ในกล่องเหล็กฝุ่นเขรอะ การ์ดวันวาเลนไทน์รูปหัวใจสีชมพูกับตุ๊กตาหมีเริ่มเป็นสีเหลืองตามขอบ ข้างในมีข้อความสั้นๆ

 “เรารักยุมาก และเราจะรักยุตลอดไป” 

                ข้อความนั้นเป็นลายมือของผมเอง และมันทำให้ผมรู้สึกเย็นสันหลังวาบ ผมค่อนข้างมั่นใจว่ายุหมายถึงยุวดีที่ผมเห็นระหว่างการสะกดจิต ความสัมพันธ์ลึกซึ้งของยุวดีกับผมนั้นลึกซึ้งเพียงใดกันแน่ สามเดือนนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง

  

                วันรุ่งขึ้นผมโทรไปเลื่อนนัดดูดไขมันของสาวโสดวัยสามสิบผู้สิ้นหวังก่อนจะบึ่งรถไปยังหอสมุด ผมจดวันที่ยี่สิบหา กันยายน ตามด้วยปีที่ผมสูญเสียความทรงจำเอาไว้ในกระดาษแผ่นเล็ก ราวกับกลัวว่ามันจะหายไป ทั้งที่มันคงไม่มีวันหายไป เพราะมันได้ประทับลงในหัวสมองของผมไปแล้ว

 

                ผมเลื่อนแผ่นไมโครฟิลม์ของหนังสือพิมพ์วันที่ยี่สิบห้า กันยายนของหนังสือพิมพ์หลายๆฉบับ ตรวจดูทุกหน้าทุกคอลั่ม มันไม่ง่ายเลย ผมเลื่อนมือเพื่อกดเปลี่ยนแผ่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ขณะที่มือเย็นเฉียบ เหงื่อชุ่มแผ่นหลัง

 

เวลาผ่านไปห้าชั่วโมง กล้ามเนื้อไหล่ของผมปวดระบม ผมแทบจะเลิกล้มความตั้งใจ แต่ทันใดนั้นสิ่งที่ผมรอคอยก็ปรากฏขึ้นมา ข่าวหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ชื่อดังปรากฏภาพต้นไม้ใหญ่คล้ายกับในภาพระหว่างการสะกดจิต เจ้าหน้าที่ในชุดสีส้ม และตำรวจยืนล้อม ต้นไม้นั้นมีโพรงแต่ข้างในโพรงถูกทำให้เบลอ อาจเพื่อเซ็นเซอร์ ผมเลื่อนสายตาที่แทบจะถลนออกมานอกเบ้าลงมาที่รายละเอียดใต้ภาพ

 

 

 

“พบมัมมี่ของหญิงสาวถูกซุกซ่อนภายในโพรงไม้ในพื้นที่รกร้างที่ ตำบลคลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี นายกอบ ผู้พบศพให้การกับทางตำรวจว่ พบศพเมื่อเวลา 10.30น. วานนี้โดยบังเอิญขณะไปเก็บขยะเพื่อจะนำมาขาย โดยศพมาสภาพแห้งแข็งผิวหนังติดกับกระดูก มีเส้นผมและฟันอยู่ครบแต่ไม่ใส่เสื้อผ้า ขดตัวอยู่ในโพรงไม้เหมือนทารกในครรภ์ จากการสืบสวนพบว่าหญิงสาวมีนามว่า นางสาวยุวดี พุ่มกวี อาชีพครูสอนศิลปะในโรงเรียนประถมแห่งหนึ่ง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่าเป็นคดีฆาตรกรรม”

                ชื่อยุวดีที่อยู่ในข่าวทำให้ผมถึงกับหมดเรี่ยวแรง ใครกันหนอที่ฆ่าหล่อนอย่างทารุณเช่นนี้ แต่ไม่แน่ อาจจะไม่ใช่ยุวดีคนเดียวกันก็ได้ ต้องพยายามคิดในแง่ดีเข้า

 

ลองใช้อินเตอร์เนตในห้องสมุดเพื่อสืบค้นภาพของยุวดี พุ่มกวี มีภาพหลายภาพปรากฏขึ้นมา เป็นภาพของหญิงสาวหน้าตาธรรมดาแต่มีเสน่ห์อย่างประหลาด ผมสีดำขลับเป็นคลื่นเคล้าเคลียดวงหน้าของเธอ ผมนิ่งตะลึง จ้องมองภาพของเธอเป็นนาน ภาพบางอย่างค่อยๆไหลผ่านเข้ามาในหัวของผม ภาพของยุวดีที่อยู่ในชุดกระโปรงสีดำยาว กำลังเอามือไขว้หลังเพื่อผูกโบว์ที่เอว ผมเดินเข้าไปหาและผูกให้เธออย่างอ่อนโยน น้ำตาของผมไหลออกมาอย่างไม่ทันตั้งตัว มันหยดลงบนแป้นพิมพ์เหมือนน้ำค้าง ขณะที่ดวงตาพร่าเลือนนั้น เหมือนผมจะเห็นเธอยืนอยู่อีกฝั่งของโต๊ะผ่านม่านของน้ำตา แต่ภาพนั้นก็สลายไปเมื่อผมปาดน้ำตา

 

ผมโซซัดโซเซออกจากหอสมุดด้วยอารมณ์ที่แกว่งไกวอย่างไร้สาเหตุ เมื่อผมขับรถไปบนถนนสายเปลี่ยวผมก็เริ่มร้องไห้สะอึกสะอื้น หัวใจปวดร้าวไปถึงปลายนิ้ว ผมรู้สึก”รัก” อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มันบีบหัวใจจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่ น้ำตาทำให้ทัศนวิสัยพร่ามัว

 

ผมหลุดพึมพำชื่อของเธอออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

“ยุ”

                “ยุ...”

   

“ยุ...ผมขอโทษ”

  

 

ทันใดนั้นร่างในชุดสีดำปรากฏตัวขึ้นกลางถนน ผมหักหลบทันทีจนกระทั่งเสียหลัก รถของผมหมุนควงกลางถนน รู้ตัวอีกทีกระโปรงรถของผมก็บุบู้บี้อยู่กับเสาไฟฟ้า ภาพเลือนๆของใครบางคนปรากฏบนเบาะหลัง หญิงสาวในชุดดำนั่งนิ่ง นั่นเป็นสิ่งสุดท้ายที่ผมเห็นก่อนที่ทุกๆอย่างจะมืดลง

 

ผมพื้นขึ้นมาอีกทีซากรถที่มีไฟลุกท่วม และผมอ่อนแรงเกินกว่าจะดิ้นรนออกไป หญิงสาวชุดดำผุดขึ้นมากมายจนทั่วไปทั้งถนน ต่างหยุดยืนนิ่งโดยหันหน้ามาทางซากรถ สติสัมปชัญะเริ่มจะเลือนรางเต็มทน ใครคนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ ฝ่ามือเล็กๆแบบบางวางลงบนกระจกรถที่แตกไปแล้วส่วนหนึ่ง หล่อนยืนหน้าเข้ามาใกล้แล้วกระซิบที่หูของผมอย่างเยือกเย็น“พี่ยุวดีตายอย่างน่าเวทนา แต่ทำไมคุณถึงได้ยังเริงร่าแบบนี้ล่ะ ไม่ยุติธรรมเลย ไม่ยุติธรรมเลยจริงๆ คุณรักพี่ยุวดีมาก แต่ก็ไม่เห็นต้องฆ่า ถ้าจะฆ่าก็ต้องฆ่าฉัน ต้องรักฉันให้มากกว่านั้น รักฉันให้มากกว่านั้น...” 

 

ผมมองหญิงสาวเดินจากไปก่อนที่ไฟจะลามเลียไปทั่ว ควันและความร้อนจุกเข้าไปในปอด แต่ก่อนที่รถจะระเบิดเป็นจุน ใครบางคนก็ดึงผมออกจากตัวรถ...ผมรอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด 

 

จิตแพทย์คนนั้นย้ายคลินิกหายไปอย่างไร้ร่องรอย และภาพของยุวดีในชุดดำที่ติดตามผมไปทุกๆที่ก็ไม่เคยลดจำนวนลงเลย ยุวดี...ยุวดีที่รัก เราได้อยู่ด้วยกันอีกครั้งแล้ว และเราจะไม่มีวันพรากจากกัน 

-จบ-

 

Comment

Comment:

Tweet

Hot! Hot! Hot!

#2 By TIME'S on 2011-06-07 14:30

คิดถึงคลังสยองฯ ขวัญลงหลุม บรื๋อออออ