documentaries

 

Kimi ni todoke

กระชับวงล้อม (ในหัวใจเธอ)

โกวินดา

 

ท่ามกลางกระแสอนิเมสาวน้อยโมเอ้ที่มีอยู่ดาษดื่นทุกวันนี้ น้อยนักที่จะมีอนิเมที่เกี่ยวกับชีวิตคนธรรมดา หรือที่ภาษาคนการ์ตูนเรียกว่า "สายปกติ"  ขึ้นมาโลดแล่นในกระแสได้ แต่ Kimi ni todoke (คิมิ นิ โทโดเคะ แปลว่าตรงๆ "ส่งให้ถึงเธอ") ผลงานโดย Karuho Shiiha คือการ์ตูนรูปลักษณ์ธรรมดาๆ แนวรักธรรมดาๆ ที่สามารถมายืนอยู่บนแท่นการ์ตูนฮิตของเกาะญี่ปุ่นได้อย่างภาคภูมิ และได้รับรางวัล Kodansha Manga Award สาขาการ์ตูนผู้หญิงยอดเยี่ยม ประจำปี 2008

 

เมื่อดูจากลายเส้นอย่างเผินๆ แล้ว Kimi no todoke ก็เป็นการ์ตูนตามรูปแบบการ์ตูนผู้หญิงที่มีเป้าหมายเป็นเด็กนักเรียนมัธยมปลายทั่วไป  เรื่องราวเปิดขึ้นในปีการศึกษาใหม่ของโรงเรียน ชีวิตของคนที่เตรียมจะก้าวผ่านจาก "วัยเด็ก" ไปสู่ "วัยหนุ่มสาว" กำลังเริ่มต้น

 

ตัวเอกของเรื่อง คุโรนุมะ ซาวาโกะ สาวน้อย ม.4  คติประจำใจ"ทำความดีวันละหนึ่งครั้ง" คือเด็กสาวจิตใจงาม มองโลกในแง่ดีตลอดเวลา แต่ด้วยนิสัยขี้อายไม่กล้าพูดกับใคร แสดงความรู้สึกไม่เก่ง และรูปลักษณ์ภายนอกที่ไปคล้ายคลึงกับ "ยามามุระ ซาดาโกะ" ตัวละครจากนิยายและหนังสยองขวัญเรื่อง The Ring ทำให้เธอไม่ค่อยมีเพื่อน เพื่อนๆก็ต่างเรียกเธอว่า "ซาดาโกะ" แทนที่จะเรียกชื่อจริง และซ้ำร้ายยิ่งกว่านั้น ยังมีคนบอกว่าซาวาโกะเห็นวิญญาณได้อีกต่างหาก แต่ซาวาโกะก็ใช้การมองโลกในแง่ดีของตัวเอง ผลักเรื่องทั้งให้เป็นเป็นเพียงแค่ความเคยชินในชีวิตประจำวันเสมอมา ไม่เคยเก็บมาคิดให้ตัวเองเสียใจ  

 

แต่แล้ว... ความเคยชินเก่าๆ ของเธอก็เปลี่ยนไปหมดสิ้น เมื่อเธอย้ายเข้ามาเรียนมัธยมปลายที่โรงเรียนใหม่ และได้พบกับเด็กหนุ่มชื่อ คาเซะฮายะ โชตะ

 

 

 

 

 

คาเซะฮายะ เปรียบเสมือนกับแสงสว่างด้านตรงข้ามของซาวาโกะ เขาร่าเริง อบอุ่น มีเพื่อนรอบล้อม ในขณะที่เธอเย็นชา มืดมน และเดียวดาย  ทั้งหมดทำให้ซาวะโกะยกย่องคาเซะฮายะ และตั้งเป้าหมายไว้ว่าสักวันจะกลายเป็นคนที่สดใสร่าเริงอย่างเขาให้ได้ คาเซะฮายะทำให้ทุกวันของซาวาโกะกลายเป็นการผจญภัยไปค้นพบสิ่งใหม่ๆที่ตัวเองไม่เคยทำมาก่อนในชีวิต แม้จะเป็นเรื่องสามัญธรรมดาเช่นการไปกินข้าวกับเพื่อนหลังเลิกเรียน ทั้งสองคนต่างบ่มเพาะความสัมพันธ์ สร้างมิตรภาพกับเพื่อนใหม่ และแล้วความรู้สึกที่อยู่ในใจทั้งคู่ก็เริ่มพัฒนาขึ้นจาก "เพื่อนรัก" ไปสู่ "รักเพื่อน" เมื่อเรื่องราวดำเนินผ่านไป

 

แต่ทว่าความรู้สึกที่ซาวาโกะกับคาเซะฮายะมีให้กันมันคือความรู้สึกอย่างไรกันแน่นะ? คาเซะฮายะ "ชอบ" ซาวาโกะ ในขณะที่ซาวะโกะ "ชื่นชม" คาเซะฮายะ คาเซะฮายะไม่กล้าบอกความในใจกับซาวาโกะ เพราะรู้อยู่ว่าอีกฝ่ายไม่ได้ชอบตนด้วยความรู้สึกรักใคร่ ส่วนซาวาโกะเอง แม้ในภายหลังจะเริ่มรู้สึกตัวว่าชอบคาเซะฮายะ แต่จะบอกรักเขาไปได้อย่างไรในเมื่อตัวเองก็ยังไม่แน่ใจเลยว่าความรู้สึกที่มีอยู่นี้เรียกว่า "ความรัก" ?  ท่ามกลางวงล้อมของความรู้สึกที่มีอยู่เป็นร้อยเป็นพันในใจนั้น จะทำอย่างไรถึงให้ "ความรัก" ส่งไปถึงใจของอีกฝ่ายได้?  เรื่องราวทั้งหมดนี้มีอยู่ใน Kimi ni todoke การ์ตูนรักคิดบวกธรรมดาๆ ที่ไม่ธรรมดา เรื่องนี้

 

                

 

คงไม่ใช่เรื่องเกินเลยหรือก้ำปั้นทุบดินนัก หากจะสรุปความว่าสาเหตุที่ Kimi ni todoke ครองใจผู้อ่านคือความธรรมดาของการ์ตูนเรื่องนี้นี่เอง การเอาแนวเรื่องแบบ slice of life หรือการยกเอาชีวิตประจำวัน เหตุการณ์ในชีวิตที่อาจเกิดได้กับคนทุกคนมาดำเนินเรื่อง ช่วยดึงผู้อ่านให้ย้อนนึกถึงประสบการร่วมที่ตัวเองเคยมีเหมือนตัวละคร ไม่ว่าจะเป็นการแอบรักเพื่อน, ทะเลาะกับเพื่อนเพราะเข้าใจผิดในเรื่องไม่เป็นเรื่อง เป็นต้น  หากใครที่ได้อ่าน คงมีบางครั้งที่เผลอคิดว่า "ใช่ ฉันก็เคยรู้สึกแบบนั้น" ขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว หรือพูดง่ายๆ ก็คือเนื้อเรื่องธรรมดาๆ ช่วยให้ผู้อ่าน "อิน" ได้ดีเหลือเกิน 

 

ตัวละครในเรื่องมีนิสัยต่างกันอย่างชัดเจนและมีการกระจายบทให้อย่างน่าสนใจ ไม่ใช่มีเพียงตัวละครเอกอย่างซาวาโกะหรือคาเซะฮายะเท่านั้นที่ผู้อ่านต้องคอยติดตามพวกเขา แต่ตัวละครอื่นๆ รอบๆ ซาวาโกะ ก็มีเรื่องให้น่าติดตาม จนผู้อ่านอดหลงรักตัวละครเหล่านั้นไม่ได้ แม้จะไม่ใช่พระเอกหรือนางเอกก็ตาม ตัวละครแต่ละตัวใน Kimi Ni Todoke เปรียบได้ดั่งความรักในหลายๆ รูปแบบ เช่น ความรักแบบผู้ใหญ่ระหว่าง ยาโนะ เพื่อนสาวเปรี้ยวของซาวาโกะกับแฟนที่เป็นนักศึกษา, ความรักของจิซึสาวห้าว ที่หลงรักพี่ชายของเพื่อนตัวเองอย่างหัวปักหัวปำ และความรักแบบรักเขาข้างเดียวของคุรุมิ คู่แข่งทางหัวใจของซาวาโกะ ซึ่งเมื่อผู้อ่านติดตามเรื่องของพวกเขาไปเรื่อยๆ ก็จะพบว่าพวกเขาต่างเติบโตทางด้านอารมณ์ความรู้สึกจากเล่มแรกๆ ไปมากทีเดียว รวมไปถึงคาแรคเตอร์ประกอบที่มีบทเพียงน้อยนิด แต่ออกมาทีไรก็พร้อมจะเรียกอมยิ้มให้กับผู้อ่านได้เสมอ อย่างคุณพ่อกับคุณแม่ของซาวาโกะ

 

ลายเส้นของเรื่องนี้ใช้ลายเส้นบางๆ อ่านง่ายสบายตา ไม่ได้ใช้เทคนิคอะไรมากนัก ซาวาโกะจะวาดให้สวยก็สวย จะวาดให้น่ากลัวก็น่ากลัวจริงๆ  คาเซะฮายะก็เป็นหนุ่มน้อยหน้าใสที่คงได้ใจผู้อ่านหญิงไปมากพอดู และที่ต้องขอชมผู้เขียนมากๆ คือการใช้ตัวละครย่อส่วนหรือ SD อย่างถูกที่ถูกเวลา มาช่วยให้การ์ตูนเรื่องนี้เพิ่มความ "น่ารัก" และเติมอารมณ์ขันมากขึ้น

 

สยามอินเตอร์คอมมิคส์ได้ซื้อลิขสิทธิ์ของเรื่องนี้มาในบ้านเราแล้ว ใช้ชื่อภาษาไทยว่า "ฝากใจไปถึงเธอ"  มาร่วมลุ้น ร่วมเชียร์ รักใสๆ ของคาเซะฮายะกับซาวาโกะที่ทุกแผงหนังสือกันเถอะ!

 

 

 

 

เพลงชมนุมวรรณศิลป์ มธ.

 

 

 

รวบรวมโดยพี่อัฐ รหัส 29 และคณะ!!

 

 ดาวน์โหลดได้ที่นี่

 

 
 

รู้นะว่าชอบอาหารอีสาน....อย่ามาทำปากแข็ง!!!

เม็ดจี๊

สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่านวันนี้เราก็มาพบกันอีกครั้งนะครับในจุลสารชุมนุมวรรณศิลป์ซึ่งคราวนี้เรามากับธีมที่มีชื่อว่า “ปากแข็ง” ครับ พอได้ยินคำนี้ผมก็คิดถึงเพลง “สาวลาดพร้าว”โดยสาวมาด เมกกะแดนซ์ ขึ้นมาทันที ดังนั้นวันนี้เลยจะพาเพื่อนๆผู้อ่านไปลองชิมร้านอาหารอีสานเปิดใหม่ในบริเวณมหาวิทยาลัยแถวรังสิตของเรากันครับ

ร้านนี้ตั้งอยู่ที่เพิงซึ่งอยู่ตรงข้ามกับหอ Twin town ครับเดินเลยร้าน Steak BKK ไปเพียงนิดเดียวเท่านั้นครับ ในร้านนี้จะขายอาหารอีสานหลายๆอย่างครับ เช่น ส้มตำ ลาบ น้ำตก ต้มแซบ เป็นต้น เพื่อนกฎสามารถเลือกสั่งได้ทั้งตำไทยและตำลาวเลยครับ

โดยทั่วไปแล้วร้านส้มตำในกรุงเทพฯมักจะหาร้านที่ทำตำลาวอร่อยๆถูกปากคนอีสานยากครับ แต่ว่าตำลาวร้านนี้ทำได้ออกมายังกับสั่งตรงมาจากขอนแก่นเลยครับ เพราะส้มตำลาวร้านนี้ใส่มะกอก(สุก)ลงไปตำด้วยครับซึ่งในกรุงเทพฯนี้เราจะพบเห็นไม่บ่อยนักที่จะมีร้านที่ใส่มะกอกลงไปตำด้วยทำให้คนอีสานหลายๆคนพอมากินส้มตำที่กรุงเทพฯแล้วรู้สึกไม่ถูกปาก